วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ไทยต้องอย่าทิ้งแอฟริกาตะวันออก






ก่อนอื่น ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ความไม่สงบในกรุงปารีส เมื่อคืนวันศุกร์ 13 พฤศจิกายน 2558 ที่ผ่านมาครับ
สาธารณรัฐเคนยาก็เป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายของผู้ก่อการร้ายข้ามชาติ ช่วงไม่กี่ปี เคนยาถูกโจมตีมากมายหลายครั้ง เมื่อ 2 ปีที่แล้ว กลุ่มติดอาวุธอัล-ชาบับก็โจมตีห้างเวสต์เกตในกรุงไนโรบี ทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 67 คน และเดือนเมษายน 2558 ปีนี้เองครับ ที่กลุ่มติด อาวุธอัล-ชาบับ ซึ่งเป็นแนวร่วมของกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์ในโซมาเลีย โจมตีมหาวิทยาลัยในเคนยา จนมีผู้เสียชีวิตมากถึง 148 ราย ท่านจะเห็นว่า เคนยากำลังเผชิญกับปัญหาการก่อการร้ายอย่างรุนแรง
ในห้วงช่วงสองสามปีมานี้ ผู้อ่านท่านที่เคารพจะพบว่า ผู้นำของประเทศใหญ่หลายคนเดินทางไปเยือนแอฟริกาทางฝั่งตะวันออก ไล่ไปตั้งแต่ประเทศแอฟริกาใต้ แทนซาเนีย เคนยา เอธิโอเปีย ฯลฯ
อย่างนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2558 ก็เดินทางไปเยือนเคนยาและเอธิโอเปีย เป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯคนแรกที่อยู่ในตำแหน่งและได้ไปเยือนประเทศเหล่านี้ บางคนอาจจะบอกว่า ที่โอบามาไปก็เพราะว่าเคนยาเป็นปิตุภูมิ หมายถึงเป็นแผ่นดินถิ่นกำเนิดของพ่อ
เรื่องปิตุภูมิก็เป็นเหตุผลหนึ่งครับ แต่ผมว่าเล็กน้อยมาก ที่ลึกยิ่งไปกว่านั้น ผมคิดว่า เพราะความสำคัญของภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกทำให้มหาอำนาจมากมายหลายประเทศต้องกระดิกพลิกตัว ทิ้งไม่ได้ นายโอบามามาเคนยาครั้งที่ผ่านมา ได้เจรจากับนายอูฮูรู เคนยัตตา ประธานาธิบดี และนายวิลเลียม รูโต รองประธานาธิบดี ทั้งที่นายรูโต
ถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติและอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือไอซีซี ที่กรุงเฮก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ก็ตาม
ถ้าไม่ใช่เพราะความสำคัญของภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก “อย่างยิ่งยวด” ผมเชื่อว่า คนอย่างโอบามาไม่มีทางจะลดตัวลงมาสนทนาพูดคุยกับนายรูโตแน่นอน เพราะนอกจากจะโดนข้อหาว่าก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติแล้ว นายรูโตยังโดนแอนตี้และถูกประณามหยามหมิ่นจากคนรักเพศเดียวกันทั่วโลก เพราะแกเป็นคนที่แสดงความรังเกียจเดียดฉันท์คนรักเพศเดียวกันอย่างออกหน้าออกตา อย่างตรงไปตรงมา แกเคยประกาศเลยครับว่า คนรักเพศเดียวกันเป็นพวกสกปรก และจะไม่มีพื้นที่ให้คนรักเพศเดียวกันในสาธารณรัฐเคนยาอย่างเด็ดขาด
สิทธิกลุ่มคนรักเพศเดียวกันเป็นประเด็นแรงมากนะครับ อาจจะเป็นประเด็นที่พรรครีพับลิกันเอามาโจมตีในการหาเสียงรณรงค์ประธานาธิบดี ผมเชื่อว่าประเด็นนี้อ่อนไหวมากพอที่จะทำให้ผู้สมัครของ พรรคเด็มโมแคร็ตเสียคะแนนไปเยอะ ดังนั้น การที่โอบามามาเคนยาและพูดคุยกับทั้งนายเคนยัตตาและนายรูโตจึงไม่ใช่เพราะเคนยาเป็นปิตุภูมิเพียงเท่านั้น แต่ผมเชื่อว่าเป็นเพราะประเด็นความมั่นคงของโลก
เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงไนโรบี นำโดยอุปทูต รักษาการเอกอัครราชทูต นายนพพร รัชเวทย์ และข้าราชการสถานทูต รวมทั้งอัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์ นายสุรศักดิ์ สุโขบล กรุณาเลี้ยงต้อนรับคณะของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ
อุปทูตนพพรเล่าให้พ่อของผมฟังว่า สหประชาชาติมีการศึกษาอย่างละเอียดแล้วพบว่า ใน ค.ศ.2030 (15 ปีข้างหน้า) ประชากรของ แอฟริกาตะวันออกจะขยายจาก 320 ล้านคนในตอนนี้ ไปเป็น 450 ล้านคน ใน ค.ศ.2050 (35 ปีข้างหน้า) จะมีประชากรมากถึง 590 ล้านคน และใน ค.ศ.2100 (85 ปีข้างหน้า) ประชากรจะมากถึง 890 ล้านคน
ประชากรมากขนาดนี้ ประเทศมหาอำนาจทิ้งไม่ได้ดอกครับ และสำหรับประเทศผู้ผลิตสินค้าอุปโภค-บริโภคขั้นพื้นฐานอย่างประเทศไทยของเรา เรายิ่งทิ้งแอฟริกาตะวันออกไปไม่ได้ใหญ่
ในห้วง 7 วันที่ผ่านมา คณะซึ่งมีนางสาวชลลดา อารีรัชชกุล ผอ.กองส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ และมี ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิ นวรัตน์ เป็นประธานที่ปรึกษาของบริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนในประเทศตลาดใหม่ของบีโอไอ ได้ตระเวนประชุมกับหน่วยงานของรัฐและเอกชนของเคนยาหลายแห่ง บางวันเพียงวันเดียว มีประชุมทั้งหมด 3 แห่ง เก็บข้อมูลกันเต็มเหนี่ยว
เมื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาบวกกับข้อมูลของสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงไนโรบี ทำให้เราทราบว่า เคนยาและประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกกำลังเร่งขยายกำลังการผลิตของตนเอง เพื่อทดแทนการนำเข้า แต่ผลิตยังไงก็ไม่พอ ยังมีความจำเป็นที่จะต้องนำเข้าสินค้าจากยุโรป เอเชีย และจากประเทศแอฟริกันในภูมิภาคอื่น
ซึ่งขออนุญาตมารับใช้กันต่อในวันอังคารวันพรุ่งนี้ครับ
ที่มา http://www.thairath.co.th

0 ความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น