เคยได้ยินใช่ไหม "น้ำมันแพง ทำให้สินค้าอื่นๆ แพงด้วย" เพราะเป็นต้นทุนของค่าขนส่ง แต่ใครจะคิด ในช่วงนี้ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกต่ำสุดในรอบ 7 ปี สืบเนื่องจากกลุ่มประเทศผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก หรือกลุ่มโอเปกยังไม่ยอมลดปริมาณการผลิตน้ำมันสู่ตลาดโลก หวังพยายามจะสู้ศึกน้ำมันกับสหรัฐฯ
ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงได้ต่อสายพูดคุย ดร.พิมลวรรณ มหัจฉริยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคและจุลภาค ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เพื่อสอบถามเรื่องพื้นๆ ว่า เหตุใด น้ำมันแพง ของแพง แต่น้ำมันถูก ของก็ยังแพงอยู่ แล้วสินค้าบริการใด ควรจะลดราคาทันที
ค่าโดยสารขนส่งควรลดประมาณ 5% จากราคาน้ำมันโลกดิ่งเหว
ดร.พิมลวรรณ อธิบายว่า น้ำมัน จะถูกใช้ในการขนส่ง ดังนั้น เมื่อน้ำมันราคาถูกลง ผลที่จะตามมาก็จะเป็นธุรกิจที่ใช้ต้นทุนด้านพลังงานสูง เช่น พวกภาคขนส่ง รถโดยสาร เรือ เป็นต้น ดังนั้น การขนส่งจึงเป็นธุรกิจสิ่งแรกที่น่าจะลดราคาลงได้ทันที
"ทั้งนี้ นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 ราคาน้ำมันดิบดูไบในตลาดโลกลดลงประมาณ 30% แต่สำหรับค่าขนส่งจะอิงกับราคาดีเซลในประเทศ ซึ่งลดลงมา 12% ถ้าประเมินไปล่วงหน้าว่า ในกรณีที่ราคาดีเซลลดลงไปถึงประมาณ 15% และยืนระดับนั้นต่อเนื่องระยะหนึ่ง ค่าขนส่งและโดยสารอาจจะลดลงได้ประมาณ 5%"
นอกจากธุรกิจขนส่งแล้ว ยังมีสินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากใช้ทุนในการขนส่งค่อนข้างสูง ฉะนั้น ราคาน้ำมันที่ลดลงมาก ก็จะส่งผลทำให้ต้นทุนลดลงด้วย อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนี้ราคาไม่ได้ขึ้นกับค่าขนส่งเป็นหลักเท่านั้น เพราะยังมีต้นทุนในการผลิตด้วย
ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคนั้น จะต้องมีการพิจารณาเป็นรายๆ ไป โดยสินค้าที่อิงกับค่าขนส่งสูง ก็คือพืชผลทางการเกษตร แต่จะลดได้หรือไม่ ก็ต้องดูปัจจัยอื่นๆ เช่น ภาวะภัยแล้ง สินค้าที่ผลิตมีจำนวนน้อยลง ซึ่งก็จะส่งผลต่อราคา
ผลดี น้ำมันถูก สินค้าหลายชนิดลด แต่ยางพารา อาการหนัก
รองกรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคและจุลภาค ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน ค่าจ้างแรงงานก็ไม่ได้สูงมาก ราคาน้ำมันลดลง ต้นทุนหลายๆ อย่างค่อนข้างคงที่ หากส่วนไหนได้รับผลดีที่ได้จากการปรับราคาน้ำมัน ก็เชื่อว่าจะสามารถปรับราคาลงเพื่อชดเชยให้กับผู้บริโภคได้ ขณะเดียวกัน ก.พาณิชย์ เอง ก็ได้คอยดูแลเรื่องนี้อยู่ เพราะในรอบก่อนได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ลดราคาลง เช่น ข้าวสาร และการลดราคาน้ำมันในรอบนี้ ทาง ก.พาณิชย์ ก็ได้พูดว่า อาจจะช่วยให้สินค้าของราคาหลายชนิดลดได้อีก
ดร.พิมลวรรณ มหัจฉริยวงศ์
อย่างไรก็ตาม การลดราคาน้ำมัน ก็ไม่ใช่มีแต่สิ่งดี เพราะราคาสินค้าเกษตรบางชนิดก็มีน้ำมันเป็นคู่แข่งเชิงวัตถุดิบด้วย เช่น ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ซึ่งตอนนี้ราคายางตกต่ำมากซึ่งก็ทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน แรงกดดันนั้นก็จะกลับมาที่รัฐบาลจะต้องให้การช่วยเหลือ
"น้ำมันดิบดูไบ ต่ำสุดในรอบ 7 ปี หากมองราคายางพารา ก็ถือว่าตกต่ำมากด้วย เนื่องจากน้ำมันเป็นต้นน้ำของยางสังเคราะห์ ที่ทดแทนยางพาราได้ ราคายางพาราจึงมักเคลื่อนไหวตามทิศทางราคาน้ำมัน ส่วนปาล์มน้ำมัน ก็สามารถนำไปทำน้ำมันทดแทน แต่ไทยเองก็ไม่ได้ส่งออกเท่าไร"
แนวโน้มราคาน้ำมัน จะลดอีก หรือทะยานขึ้น โอกาสมี 2 หน้า
ดร.พิมลวรรณ เผยว่าจากการประมาณการของเรา คาดว่า ราคาน้ำมันจะไม่ต่ำกว่านี้แล้ว เนื่องจากที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบดูไบ ต่ำที่สุดในรอบ 11 ปี คือ 32 ดอลลาร์ ต่อบาร์เรล ซึ่งราคาดังกล่าวเป็นราคาที่ต่ำกว่าจุดคุ้มทุนของประเทศที่ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางหลายประเทศแล้ว เนื่องจากตะวันออกกลาง เป็นประเทศที่ผลิตน้ำมันได้ในราคาถูกที่สุดแล้ว
ราคาจุดคุ้มทุนราคาน้ำมันในตะวันออกกลาง คือ 40 เหรียญฯ แต่ตอนนี้ต่ำกว่านั้นแล้ว จึงคาดว่า ราคาดังกล่าวจะไม่ยืนในลักษณะนี้ได้นาน น่าจะกลับมาในจุดที่ผู้ผลิตน้ำมันไม่ได้รับผลกระทบกับภาระทางการคลัง แต่ทั้งนี้ ความเป็นไปได้ว่าราคาจะตกลงไปอีกก็ยังคงมี เนื่องจากมีผู้ผลิตบางราย ที่รองรับราคาน้ำมันที่ต่ำกว่านี้ได้ คือประมาณ 20 กว่าดอลลาร์ คือ อิหร่าน กับ ซาอุดีอาระเบีย หาก 2 ประเทศนี้ยังผลิตน้ำมันเท่าเดิม หรือเพิ่มการผลิต กลุ่มประเทศที่รวมเป็นโอเปก ก็จะไร้ความหมาย
สาเหตุส่วนหนึ่ง น้ำมันดิ่งเหว เพราะสหรัฐฯ พบเทคโนโลยีใหม่
ส่วนสาเหตุว่าทำไมราคาน้ำมันถึงตกลงอย่างต่อเนื่อง ดร.พิมลวรรณ อธิบายว่า เกิดจากอุปทานของการผลิตน้ำมันมีมากขึ้น เนื่องจากสหรัฐฯ มีเทคโนโลยีใหม่ ที่เรียกว่า shale oil ที่สามารถผลิตน้ำมันได้มากขึ้น จากก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ยังนำเข้าน้ำมัน แต่ปัจจุบันสามารถส่งออกน้ำมันได้แล้ว ขณะที่กลุ่มโอเปก ก่อนหน้านี้อิหร่านได้ถูกแซงชั่นจากภาคตะวันตก ซึ่งสหรัฐฯ และชาติตะวันตกมีท่าทีที่จะยกเลิก ก็อาจจะทำให้ผลิตน้ำมันมากขึ้น ก็จะทำให้อุปทานมากขึ้น
น้ำมันตกต่ำ หากมองในเชิงทฤษฎี อาจมองได้ว่าเป็นผลดีต่อการบริโภคเพราะสามารถซื้อได้มากขึ้น แต่จากภาวะเศรษฐกิจโลก และไทย จะเห็นได้ว่าราคาน้ำมันลดลงมา ก็ไม่ได้ทำให้เศรษฐกิจโลกหรือเศรษฐกิจไทยดีขึ้น ดังนั้น จึงต้องมองที่ปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น กำลังซื้อภาคครัวเรือน โดยเฉพาะครัวเรือนภาคเกษตรที่กำลังประสบปัญหาทำให้การใช้จ่ายในกลุ่มดังกล่าวไม่ฟื้นตัว ขณะที่เกษตรกรที่ปลูกข้าวเองก็ยังคงมีรายได้ลดลงเนื่องจากสต๊อกของทางภาครัฐมีมาก ทำให้ราคาไม่สูง
"โครงสร้างการส่งออกของไทย สินค้าโภคภัณฑ์ มีมากถึง 17% แต่เนื่องจากสินค้าโภคภัณฑ์มีราคาตกต่ำ ทำให้การส่งออกติดลบถึง 5% ถ้าราคาไม่ฟื้น การส่งออกปีหน้าก็จะอาจจะฟื้นตัวได้ยาก ส่วนค่าครองชีพของประชาชน เราจะดูได้จากเงินเฟ้อ ซึ่งในปีนี้เงินเฟ้อติดลบ ก็แสดงว่าค่าครองชีพลดลง แต่ในบรรยากาศเวลาเราพูดคุยกับผู้บริโภคทั่วไปอาจจะไม่รู้สึก ซึ่งสินค้าบางรายการลดลง เช่น น้ำมัน แต่ประชาชนทุกกลุ่มก็ใช่ว่าจะได้ประโยชน์ เช่นเกษตรกรในต่างจังหวัด เพราะเขาก็ไม่ได้ใช้รถ แต่เขาต้องเจอกับเรื่องผลิตผลการเกษตรได้น้อยลง ก็ทำให้เงินในกระเป๋าน้อยลง ทางภาครัฐต้องหามาตรการมาช่วยเหลือประชาชน เช่น โครงการขายของถูก หรือจะจัดการช่วยเหลือเกษตรกร" ดร.พิมลวรรณ กล่าวทิ้งท้าย
0 ความคิดเห็น :
แสดงความคิดเห็น