วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2559

4ขวบลั่นกระสุนใส่หลังแม่คลั่งปืน



ตำรวจเตรียมดำเนินคดีมารดาของเด็กชายวัย 4 ปี หลังทำปืนลั่นใส่แม่ที่คลั่งไคล้อาวุธปืน เคยอวดอ้างในเฟซบุ๊กว่าลูกชายตนเองเก่ง ยิงปืน .22 เข้าเป้า

                    สำนักงานนายอำเภอพัทนัม เคานท์ตี้ ออกแถลงการณ์ถึงกรณีที่เจมี กิลท์ วัย 31 ปี ถูกกระสุนปืนยิงทะลุแผ่นหลัง เพราะลูกชายวัย 4 ปีของเธอหยิบปืนที่อยู่ในรถขึ้นมาเล่นเมื่อวันอังคาร (8 มี.ค.) ว่า “จากการสอบสวนพบว่าปืนที่พบนั้นเป็นปืนถูกกฎหมายของกิลท์ และลูกชายของเธอเล่นปืนกระบอกดังกล่าวโดยไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของเธอ”

                    กิลท์ เป็นหนึ่งในกลุ่มชาวอเมริกันที่คลั่งไคล้ปืน มีอาการคงที่แต่ได้รับบาดเจ็บรุนแรงจากแผลกระสุนปืนระหว่างที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ทำให้ตำรวจยังไม่สามารถสอบสวนเธอได้

                    ขณะที่ตำรวจระบุว่า เธออาจจะต้องถูกดำเนินคดีหลังจากที่พบสาเหตุว่าทำไมลูกชายของเธอถึงได้ถือปืนอยู่ในมือ แม้ลูกชายของกิลท์ที่ไม่ได้รับการเปิดเผยชื่อนั้นไม่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้

                    ด้านสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี รายงานว่า ปืนที่ลั่นกระสุนใส่หลังของกิลท์นั้นมีขนาด .45 คาลิเบอร์ ที่ลูกของกิลท์พบวางอยู่บนพื้นของรถกระบะ ระหว่างที่ทั้งสองเดินทางไปรับม้า

                    หลังเกิดเหตุตำรวจที่เข้าไปตรวจสอบว่าทำไมรถของกิลท์จึงจอดนิ่งอยู่บนถนนและแจ้งหน่วยพยาบาลมารับตัวเธอไปทำการรักษา

                    ทั้งนี้ กิลท์ ชาวเมืองแจ็คสันวิลล์ รัฐฟลอริดา รีบแจ้งต่อตำรวจที่เข้ามาตรวจสอบในทันทีว่าลูกชายของตนเองทำปืนลั่นใส่โดยอุบัติเหตุ

                    ในแถลงการณ์ของสำนักงานนายอำเภอยังระบุด้วยว่า กฎหมายรัฐฟลอริดา ระบุว่า การครอบครองอาวุธปืนหรือทิ้งอาวุธปืนที่บรรจุกระสุนไว้ในพื้นที่โดยไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของตน ซึ่งทำให้เด็กสามารถเข้าถึงอาวุธปืนดังกล่าวได้นั้น มีความผิดทางอาญา และในเวลานี้ที่สภาพของผู้ป่วยไม่พร้อมที่จะให้ทำการสอบสวนทำให้ยังไม่สามารถดำเนินคดีต่อกิลท์ได้ โดยการดำเนินคดีจะเกิดขึ้นหลังจากที่ทำการสอบสวนเธอก่อน

                    ก่อนหน้านี้เมื่อวันจันทร์ (7 มี.ค.) มีข้อความปรากฏในเฟซบุ๊กของเธอ ยืนยันสนับสนุนการถือครองอาวุธในฐานะเครื่องป้องกันตัว และกล่าวว่า แม้แต่ลูกชายวัย 4 ปีของตนเอง ก็ยังยิงปืนขนาด .22 คาลิเบอร์เข้าเป้า
http://www.komchadluek.net/

0 ความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น