วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ผบ.ตร.รู้แล้วกลุ่มจ้องป่วน กทม.พร้อมรับมือขั้นสูงสุด


loading...
กทม.เตรียมพร้อมรับคาร์บอมบ์ป่วนกรุง ยกระดับดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุด สั่งตรวจตราแหล่งชุมชน-สถานที่ราชการ เช็กกล้องวงจรปิดใช้งานได้ 24 ชม. "จักรทิพย์" แย้มรู้กลุ่มจ้องก่อเหตุแล้ว ยันตำรวจคุมเข้มพื้นที่เป้าหมาย

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีหน่วยข่าวกรองเตือนวินาศกรรม 3 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงวันที่ 25-30 ต.ค.ว่า ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ฝ่ายความมั่นคง เป็นผู้ดำเนินการติดตามจับกุม ซึ่งการข่าวของไทยและต่างประเทศมีข้อมูลตรงกัน ส่วนการตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัยหลายจุดเมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา และสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้หลายรายนั้น ขณะนี้อยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มขบวนการเตรียมป่วนกรุงหรือไม่ ต้องรอให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนก่อน

"สาเหตุที่การข่าวแจ้งเตือนช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้ เป็นเพราะช่วงเวลาดังกล่าวตรงกับวันสำคัญหลายอย่าง โดยในส่วนของตำรวจมีการเฝ้าระวังและป้องกันการก่อเหตุเต็ม 100% โดยเฉพาะสถานที่ที่อาจตกเป็นเป้าหมาย" พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว และว่า ตำรวจมีข้อมูลกลุ่มผู้ต้องสงสัยอยู่แล้ว แต่จะเกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองในประเทศหรือไม่นั้น ไม่ขอตอบ

ด้าน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวว่า การแจ้งเตือนเป็นเรื่องปกติ เพราะในสถานการณ์ปัจจุบันทั้งโลกเจอกับเหตุการณ์ก่อการร้าย ไทยเป็นจุดหนึ่งที่อาจเกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาได้ ซึ่งการแจ้งเตือนไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก แต่มีมาโดยตลอด ทุกครั้งที่มีการแจ้งเตือนเราไม่เคยเพิกเฉย และจัดกำลังเข้าไปดูแลตรวจสอบ ส่วนจริงหรือเท็จไม่รู้ แต่เมื่อมีข่าวมาเราทำอย่างดีที่สุด อย่างไรก็ตาม การออกมาเปิดเผยในการทำให้สังคมได้รับรู้มีข้อดีคือ ความกระตือรือร้นของทุกฝ่ายที่ทราบข้อมูลช่วยมองเป้าหมายให้ถูก และจะทำให้ควานหาปัญหาง่ายขึ้น และสังคมจะได้เป็นหูเป็นเป็นตา เห็นอะไรผิดปกติจะได้แจ้งเจ้าหน้าที่

นายศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี นักวิชาการรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และผู้ติดตามความเคลื่อนไหวสถานการณ์ใต้ เผยว่า กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ทั้งบีอาร์เอ็น หรือพูโล ไม่ใช่เป้าหมายหลักที่จะไปวางระเบิดหรือสร้างสถานการณ์ความรุนแรงนอกพื้นที่ ซึ่งการก่อเหตุโดยใช้คาร์บอมบ์ที่กรุงเทพฯ เป็นเรื่องยาก แต่มีความพยายามสร้างข่าวและแรงจูงใจเท่านั้นเอง ขณะที่มีอีกหลายกลุ่มที่กรุงเทพฯ ขัดแย้งกันอยู่ อาจฉวยโอกาสโยนบาปให้กลุ่มก่อความไม่สงบ ซึ่งทุกฝ่ายต้องระวังและติดตามความเคลื่อนไหว

ขณะที่ นายวสันต์ มีวงษ์ โฆษกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ช่วงเช้าได้มีการประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยมีผู้บริหาร ตัวแทนจากหน่วยงานของ กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร เข้าร่วม ซึ่งเป็นเรื่องการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเองได้มีการประสานงานกับหน่วยงานของ กทม.ในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว รวมทั้งยังมีการกำหนดผู้รับผิดชอบ ในระดับบนซึ่งก็คือ นางผุสดี ตามไท รองผู้ว่าฯ กทม. ปฏิบัติหน้าที่รักษาการผู้ว่าฯ กทม.

นอกจากนี้ ปลัด กทม.ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดไปยังแต่ละหน่วยงาน ว่าแต่ละสำนักต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง ทั้งนี้ ในที่ประชุมยังได้เน้นย้ำถึงการตรวจตราในพื้นที่ที่มีแสงสว่างน้อย และตรวจความพร้อมของกล้องซีซีทีวี (วงจรปิด) ของ กทม.ในพื้นที่ กทม.ให้มีความพร้อม 100% รวมทั้งได้ประสานกับกล้องวงจรปิดภาคเอกชนด้วย

“สำนักต่างๆ จะต้องเตรียมความพร้อมและคอยตรวจตราพื้นที่ต่างๆ อย่างเข้มงวด โดยสำนักเทศกิจจะเป็นผู้ให้ความร่วมมือเพื่อสนับสนุนภารกิจกับหน่วยงานความมั่นคง หากทางเจ้าหน้าที่ความมั่นคงขอความร่วมมือ ในส่วนของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะเป็นผู้เตรียมรถดับเพลิง รถไฟฟ้าสองสว่าง อุปกรณ์เครื่องมือ รวมทั้งบุคลากรให้พร้อมในการสนับสนุนการปฏิบัติงานของฝ่ายความมั่นคงตามที่ร้องขอ” นายวสันต์ระบุ

loading...
พ.ต.อ.พิชัย เกรียงวัฒนศิริ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า คณะผู้บริหาร กทม.ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ขั้นสูงสุด โดยได้สั่งการทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมดูแลพื้นที่ต่างๆ โดยเฉพาะในสถานที่ราชการ เขตพระราชฐาน สถานีรถไฟฟ้า ป้ายรถเมล์ ท่าเรือ แหล่งชุมชน ซึ่งจะมีประชาชนเข้าใช้บริการจำนวนมาก สำหรับสำนักเทศกิจ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เทศกิจออกตรวจตราพื้นที่ เน้นพื้นที่ชุมชน ห้างสรรพสินค้า จุดขนส่งมวลชนสาธารณะให้มากขึ้น นอกจากนี้ผู้บริหาร กทม.ยังได้กำชับเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความสะอาด ที่ดูแลพื้นที่สาธารณะตามจุดต่างๆ ให้เป็นหูเป็นตาดูแลสิ่งแปลกปลอมในพื้นที่ และถังขยะเพิ่มเติมขึ้นอีกด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหนังสือด่วนที่สุดที่ปลัด กทม.สั่งไปยังผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการเขต และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ใน กทม.นั้น มีสาระสำคัญ อาทิ ให้ทุกหน่วยงานและส่วนราชการใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการอย่างเข้มงวด จัดระบบสื่อสารให้สามารถติดต่อผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา และหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง, สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจัดเตรียมรถดับเพลิง รถไฟฟ้าส่องสว่าง และเจ้าหน้าที่ให้พร้อมในการสนับสนุนปฏิบัติงานของฝ่ายความมั่นคง, สำนักการแพทย์และสำนักอนามัย เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เวชภัณฑ์ โรงพยาบาล รถศูนย์เอราวัณ

สำนักการจราจรและขนส่ง ตรวจสอบกล้องซีซีทีวีให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ทันที และบันทึกเหตุการณ์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง, สำนักเทศกิจ จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ การดูแลเพื่อความสะดวกด้านการจราจร ความเดือดร้อนของประชาชน, สำนักงานเขต จัดเจ้าหน้าที่สังเกต ตรวจตราดูแลความปลอดภัยของอาคารสำนักงานเขต สถานที่ราชการ สถานที่สำคัญ เขตพระราชฐาน บ้านของบุคคลสำคัญในพื้นที่ ป้ายรถเมล์ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส รถบีอาร์ที และแหล่งชุมชนทุกแห่ง กำชับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ทุกฝ่าย เช่น ฝ่ายโยธา ฝ่ายเทศกิจ ฝ่ายรักษาความสะอาด หากพบสิ่งผิดปกติหรือบุคคลต้องสงสัย ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ตรวจสอบ รวมทั้งประสานเครือข่ายภาคประชาชน ผู้ประกอบการหอพัก บ้านเช่า คอนโดมิเนียม ฯลฯ ร่วมเฝ้าระวังบุคคลต้องสงสัย วัตถุต้องสงสัยในพื้นที่.

www.thaipost.net

0 ความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น