วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สาธารณรัฐมอริเชียส


ชื่ออย่างเป็นทางการ
สาธารณรัฐมอริเชียส หรือ Republic of Mauritius
ที่ตั้ง
เป็นประเทศเกาะ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากฝั่ง ตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกาประมาณ 2,400 กิโลเมตร และห่างจากประเทศมาดากัสการ์ประมาณ 800 กิโลเมตร ละติจูดที่ 20 17 องศาใต้ ลองติจูดที่ 57 33 องศาตะวันออก
พื้นที่
2,040 ตารางกิโลเมตร รวมเกาะเล็กๆ อีก 3 เกาะ เข้าด้วยกัน คือ เกาะ Agalega เกาะ Cargados Carajos Shoals (Saint Brandon) และเกาะ Rodrigues มีแนวชายฝั่งยาว 177 กิโลเมตร
สภาพภูมิประเทศ
ที่ราบชายฝั่งขนาดเล็กค่อยๆ ชันขึ้นเป็นภูเขาล้อมรอบที่ราบตอนกลาง
สภาพภูมิอากาศ
อากาศเขตร้อน มีลมการค้าตะวันออกเฉียงใต้พัดผ่าน ฤดูหนาวอากาศแห้งแล้ง (เดือนพฤษภาคม-พฤศจิกายน) ช่วงฤดูร้อนอากาศร้อน ชื้น และมีฝนตก (พฤศจิกายน-พฤษภาคม)
ทรัพยากรธรรมชาติ
พื้นที่เพาะปลูก ปลา
ภัยธรรมชาติ
พายุไซโคลน (เดือนพฤศจิกายน-เมษายน)
จำนวนประชากร
1,339,827 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฏคมคม พ.ศ. 2558)
อัตราการเติบโตของประชากร
0.64% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)
สัญชาติ
Mauritian (s)
เชื้อชาติ
คนเชื้อสายอินเดีย 68% ชนพื้นเมืองชาวคริโอล (Creole) 27% คนเชื้อสายจีน 3% และเชื้อสายฝรั่งเศส 2%
ศาสนา
ฮินดู 48.5% โรมันคาทอลิก 26.3% มุสลิม 17.3% คริสต์นิกายอื่นๆ 6.4% อื่นๆ 0.6% ไม่มีศาสนา 0.7% ที่ระบุไม่ได้ 0.1%
ภาษา
ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ นอกจากนี้ ยังมีภาษาคริโอล ฝรั่งเศส ฮินดี อูรดู ฮักกา และโบจปูรี (Bhojpoori)
ประวัติศาสตร์โดยสังเขป
ชาวยุโรปกลุ่มแรกที่เดินทางมาถึงเกาะมอริเชียสได้แก่ชาวโปรตุเกส ซึ่งเดินทางเข้ามาในช่วงต้นศตวรรษที่ 16 ต่อมาเมื่อปี ค.ศ. 1598 นักแล่นเรือชาวเนเธอร์แลนด์ได้เดินทางมาถึงเกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่งในมหาสมุทรอินเดียและได้ตั้งชื่อว่ามอริเชียส(Mauritius) ตามชื่อของ Prince Maurice de Nassau ประมุขของพวกตน ชาวเนเธอร์แลนด์จึงเป็นกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งรกรากในเกาะแห่งนี้ และเป็นผู้นำอ้อยเข้ามาปลูกในมอริเชียสก่อนที่จะย้ายออกไปเมื่อปี ค.ศ. 1710 และอีก 5 ปีต่อมา บริษัทอินเดียตะวันออกของฝรั่งเศส (French East India Company) ได้เข้ามายึดครองเกาะมอริเชียสพร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น "Isle de France" ต่อมาได้สถาปนา Port Louis (ตั้งชื่อตามพระนามของพระเจ้า Louis ที่ 15) เป็นเมืองหลวงของมอริเชียส การค้าได้เจริญเติบโตขึ้นตั้งแต่นั้นมา โดยมอริเชียสสามารถจัดส่งน้ำตาลและเหล้ารัม (rum) ให้แก่เกาะรอบ ๆ และเรือที่มาเยือนได้อย่างเพียงพอ ในปี ค.ศ. 1810 อังกฤษได้เข้าครอบครองมอริเชียสต่อจากฝรั่งเศส และทั้งสองฝ่ายได้ลงนามสนธิสัญญาปารีส (The Treaty of Paris) เมื่อปี ค.ศ. 1814 เพื่อเป็นการยืนยันการครอบครองมอริเชียสของอังกฤษอย่างสมบูรณ์ จนกระทั่งได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 1868 ซึ่งถือว่าเป็นวันชาติมอริเชียสในปัจจุบัน มอริเชียสได้รับเอกราชและเข้าเป็นสมาชิกของเครือจักรภพอังกฤษเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 1968 โดยมีสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ เป็นองค์ประมุขและมีผู้สำเร็จราชการ (Governor - General) เป็นผู้แทนพระองค์ประจำอยู่ที่มอริเชียส โดยกำหนดให้ประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐแทน มอริเชียสเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 1992 โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ
มอริเชียสเป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศที่สำคัญต่าง ๆ เช่น สหประชาชาติ สหภาพ
แอฟริกา (African Union - AU) ตลาดร่วมแอฟริกาตะวันออกและใต้ (Common Market for Eastern and Southern Africa - COMESA) ประชาคมเพื่อการพัฒนาภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Development Community - SADC) คณะกรรมาธิการร่วมมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean Commission - IOC) และมอริเชียสเป็นประเทศหนึ่งในประเทศผู้ริเริ่มให้มีการก่อตั้งสมาคมความร่วมมือแห่งภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean Rim - Association for Regional Cooperation IOR - ARC) ซึ่งมุ่งที่จะส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาคในบรรดาประเทศที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2546 ได้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในมอริเชียส โดย Sir Anerood Jugnauth ได้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของมอริเชียส เพื่อเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีและประมุขแห่งรัฐคนใหม่ของมอริเชียส ในวันที่ 7 ตุลาคม 2546 สืบต่อจากนาย Karl Offman ทั้งนี้ นาย Paul Berenger รองนายกรัฐมนตรี ได้เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือผู้นำรัฐบาลแทน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2546
การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งทางการเมืองดังกล่าวในมอริเชียส เป็นความตกลงระหว่างพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2543 ซึ่ง Sir Anerood Jugnauth หัวหน้าพรรค Mauritian Socialist Movement (MSM) ได้ตกลงไว้ว่าจะสละตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ให้แก่ นาย Paul Berenger รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค Mauritian Militant Movement (MMM) เมื่อเหลือระยะเวลาการบริหารประเทศอีก 2 ปี การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งทางการเมืองครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทางการเมืองของมอริเชียสที่มีการถ่ายโอนอำนาจการบริหารประเทศระหว่างพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล
เมื่อเดือนเมษายน 2548 นาย Paul Berenger นายกรัฐมนตรีมอริเชียสได้ประกาศยุบสภาและกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 3 กรกฎาคม 2548 ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า พรรคฝ่ายค้าน Social Alliance ชนะการเลือกตั้ง ได้ที่นั่ง 38 ที่นั่งจาก 62 ที่นั่งในรัฐสภา ส่งผลให้นายแพทย์ Navinchandra Ramgoolam ผู้นำพรรค Social Alliance ซึ่งเคยเป็นนายกรัฐมนตรีมอริเชียสระหว่างปี 2538-2543 ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีมอริเชียสคนใหม่
การเมืองภายในมอริเชียสไม่มีลักษณะที่พรรคการเมืองใดผูกขาดอำนาจทางการเมืองเป็นเวลานาน นอกจากนี้ พรรคการเมืองต่าง ๆ ในมอริเชียสต่างมีนโยบายด้านเศรษฐกิจที่เหมือนกัน คือ การพัฒนาเศรษฐกิจในแนวทางทุนนิยม ความร่วมมือระหว่างพรรคการเมืองต่าง ๆ ดังกล่าว โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ ทำให้มอริเชียสมีระบบเศรษฐกิจที่แข็งแรง ทั้งนี้ รัฐบาลมอริเชียสมีเป้าประสงค์ที่จะพัฒนาประเทศตามรูปแบบของประเทศสิงคโปร์ อาทิ การพัฒนาท่าเรือเสรี การบริการด้านเงินกู้ต่างประเทศ (offshore banking financial service) การพัฒนาฐานการผลิต และการปรับปรุงอุตสาหกรรมพื้นฐานของประเทศให้ทันสมัย
  ที่มา  www.apecthai.or

0 ความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น