

ชื่ออย่างเป็นทางการ
สาธารณรัฐมอริเชียส หรือ Republic of Mauritius
ที่ตั้ง
เป็นประเทศเกาะ ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากฝั่ง ตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกาประมาณ 2,400 กิโลเมตร และห่างจากประเทศมาดากัสการ์ประมาณ 800 กิโลเมตร ละติจูดที่ 20 17 องศาใต้ ลองติจูดที่ 57 33 องศาตะวันออก
พื้นที่
2,040 ตารางกิโลเมตร รวมเกาะเล็กๆ อีก 3 เกาะ เข้าด้วยกัน คือ เกาะ Agalega เกาะ Cargados Carajos Shoals (Saint Brandon) และเกาะ Rodrigues มีแนวชายฝั่งยาว 177 กิโลเมตร
สภาพภูมิประเทศ
ที่ราบชายฝั่งขนาดเล็กค่อยๆ ชันขึ้นเป็นภูเขาล้อมรอบที่ราบตอนกลาง
สภาพภูมิอากาศ
อากาศเขตร้อน มีลมการค้าตะวันออกเฉียงใต้พัดผ่าน ฤดูหนาวอากาศแห้งแล้ง (เดือนพฤษภาคม-พฤศจิกายน) ช่วงฤดูร้อนอากาศร้อน ชื้น และมีฝนตก (พฤศจิกายน-พฤษภาคม)
ทรัพยากรธรรมชาติ
พื้นที่เพาะปลูก ปลา
ภัยธรรมชาติ
พายุไซโคลน (เดือนพฤศจิกายน-เมษายน)
จำนวนประชากร
1,339,827 คน (ค่าประมาณ เดือนกรกฏคมคม พ.ศ. 2558)
อัตราการเติบโตของประชากร
0.64% (ค่าประมาณ พ.ศ. 2558)
สัญชาติ
Mauritian (s)
เชื้อชาติ
คนเชื้อสายอินเดีย 68% ชนพื้นเมืองชาวคริโอล (Creole) 27% คนเชื้อสายจีน 3% และเชื้อสายฝรั่งเศส 2%
ศาสนา
ฮินดู 48.5% โรมันคาทอลิก 26.3% มุสลิม 17.3% คริสต์นิกายอื่นๆ 6.4% อื่นๆ 0.6% ไม่มีศาสนา 0.7% ที่ระบุไม่ได้ 0.1%
ภาษา
ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการ นอกจากนี้ ยังมีภาษาคริโอล ฝรั่งเศส ฮินดี อูรดู ฮักกา และโบจปูรี (Bhojpoori)
ประวัติศาสตร์โดยสังเขป
ชาวยุโรปกลุ่มแรกที่เดินทางมาถึงเกาะมอริเชียสได้แก่ชาวโปรตุเกส ซึ่งเดินทางเข้ามาในช่วงต้นศตวรรษที่ 16 ต่อมาเมื่อปี ค.ศ. 1598 นักแล่นเรือชาวเนเธอร์แลนด์ได้เดินทางมาถึงเกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่งในมหาสมุทรอินเดียและได้ตั้งชื่อว่ามอริเชียส(Mauritius) ตามชื่อของ Prince Maurice de Nassau ประมุขของพวกตน ชาวเนเธอร์แลนด์จึงเป็นกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งรกรากในเกาะแห่งนี้ และเป็นผู้นำอ้อยเข้ามาปลูกในมอริเชียสก่อนที่จะย้ายออกไปเมื่อปี ค.ศ. 1710 และอีก 5 ปีต่อมา บริษัทอินเดียตะวันออกของฝรั่งเศส (French East India Company) ได้เข้ามายึดครองเกาะมอริเชียสพร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น "Isle de France" ต่อมาได้สถาปนา Port Louis (ตั้งชื่อตามพระนามของพระเจ้า Louis ที่ 15) เป็นเมืองหลวงของมอริเชียส การค้าได้เจริญเติบโตขึ้นตั้งแต่นั้นมา โดยมอริเชียสสามารถจัดส่งน้ำตาลและเหล้ารัม (rum) ให้แก่เกาะรอบ ๆ และเรือที่มาเยือนได้อย่างเพียงพอ ในปี ค.ศ. 1810 อังกฤษได้เข้าครอบครองมอริเชียสต่อจากฝรั่งเศส และทั้งสองฝ่ายได้ลงนามสนธิสัญญาปารีส (The Treaty of Paris) เมื่อปี ค.ศ. 1814 เพื่อเป็นการยืนยันการครอบครองมอริเชียสของอังกฤษอย่างสมบูรณ์ จนกระทั่งได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 1868 ซึ่งถือว่าเป็นวันชาติมอริเชียสในปัจจุบัน มอริเชียสได้รับเอกราชและเข้าเป็นสมาชิกของเครือจักรภพอังกฤษเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 1968 โดยมีสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษ เป็นองค์ประมุขและมีผู้สำเร็จราชการ (Governor - General) เป็นผู้แทนพระองค์ประจำอยู่ที่มอริเชียส โดยกำหนดให้ประธานาธิบดีเป็นประมุขของรัฐแทน มอริเชียสเปลี่ยนเป็นสาธารณรัฐเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ค.ศ. 1992 โดยมีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ
มอริเชียสเป็นสมาชิกองค์การระหว่างประเทศที่สำคัญต่าง ๆ เช่น สหประชาชาติ สหภาพ
แอฟริกา (African Union - AU) ตลาดร่วมแอฟริกาตะวันออกและใต้ (Common Market for Eastern and Southern Africa - COMESA) ประชาคมเพื่อการพัฒนาภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Development Community - SADC) คณะกรรมาธิการร่วมมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean Commission - IOC) และมอริเชียสเป็นประเทศหนึ่งในประเทศผู้ริเริ่มให้มีการก่อตั้งสมาคมความร่วมมือแห่งภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean Rim - Association for Regional Cooperation IOR - ARC) ซึ่งมุ่งที่จะส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาคในบรรดาประเทศที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย
แอฟริกา (African Union - AU) ตลาดร่วมแอฟริกาตะวันออกและใต้ (Common Market for Eastern and Southern Africa - COMESA) ประชาคมเพื่อการพัฒนาภูมิภาคแอฟริกาตอนใต้ (Southern African Development Community - SADC) คณะกรรมาธิการร่วมมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean Commission - IOC) และมอริเชียสเป็นประเทศหนึ่งในประเทศผู้ริเริ่มให้มีการก่อตั้งสมาคมความร่วมมือแห่งภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean Rim - Association for Regional Cooperation IOR - ARC) ซึ่งมุ่งที่จะส่งเสริมความร่วมมือในภูมิภาคในบรรดาประเทศที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2546 ได้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในมอริเชียส โดย Sir Anerood Jugnauth ได้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของมอริเชียส เพื่อเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีและประมุขแห่งรัฐคนใหม่ของมอริเชียส ในวันที่ 7 ตุลาคม 2546 สืบต่อจากนาย Karl Offman ทั้งนี้ นาย Paul Berenger รองนายกรัฐมนตรี ได้เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือผู้นำรัฐบาลแทน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2546
การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งทางการเมืองดังกล่าวในมอริเชียส เป็นความตกลงระหว่างพรรคการเมืองร่วมรัฐบาลที่ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2543 ซึ่ง Sir Anerood Jugnauth หัวหน้าพรรค Mauritian Socialist Movement (MSM) ได้ตกลงไว้ว่าจะสละตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ให้แก่ นาย Paul Berenger รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค Mauritian Militant Movement (MMM) เมื่อเหลือระยะเวลาการบริหารประเทศอีก 2 ปี การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งทางการเมืองครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทางการเมืองของมอริเชียสที่มีการถ่ายโอนอำนาจการบริหารประเทศระหว่างพรรคการเมืองร่วมรัฐบาล
เมื่อเดือนเมษายน 2548 นาย Paul Berenger นายกรัฐมนตรีมอริเชียสได้ประกาศยุบสภาและกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 3 กรกฎาคม 2548 ผลการเลือกตั้งปรากฏว่า พรรคฝ่ายค้าน Social Alliance ชนะการเลือกตั้ง ได้ที่นั่ง 38 ที่นั่งจาก 62 ที่นั่งในรัฐสภา ส่งผลให้นายแพทย์ Navinchandra Ramgoolam ผู้นำพรรค Social Alliance ซึ่งเคยเป็นนายกรัฐมนตรีมอริเชียสระหว่างปี 2538-2543 ได้รับเลือกตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีมอริเชียสคนใหม่
การเมืองภายในมอริเชียสไม่มีลักษณะที่พรรคการเมืองใดผูกขาดอำนาจทางการเมืองเป็นเวลานาน นอกจากนี้ พรรคการเมืองต่าง ๆ ในมอริเชียสต่างมีนโยบายด้านเศรษฐกิจที่เหมือนกัน คือ การพัฒนาเศรษฐกิจในแนวทางทุนนิยม ความร่วมมือระหว่างพรรคการเมืองต่าง ๆ ดังกล่าว โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ ทำให้มอริเชียสมีระบบเศรษฐกิจที่แข็งแรง ทั้งนี้ รัฐบาลมอริเชียสมีเป้าประสงค์ที่จะพัฒนาประเทศตามรูปแบบของประเทศสิงคโปร์ อาทิ การพัฒนาท่าเรือเสรี การบริการด้านเงินกู้ต่างประเทศ (offshore banking financial service) การพัฒนาฐานการผลิต และการปรับปรุงอุตสาหกรรมพื้นฐานของประเทศให้ทันสมัย
ที่มา www.apecthai.or
0 ความคิดเห็น :
แสดงความคิดเห็น