เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ธ.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติการสมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ถนนพระราม 6 แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. นายไพโรจน์ เทศนิยม นายกสมาคมฯ เปิดเผยว่า ในปีนี้ทางคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวสายงานอาชญากรรม ได้ทำงานใกล้ชิดกับแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนจะนำผลงานต่างๆ เสนอต่อสายตาประชาชนจนเป็นที่ยอมรับของสังคม และเฝ้าดูการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ได้ร่วมกันประชุมเพื่อตั้งฉายาตำรวจประจำปี 2558 โดยเกณฑ์การตั้งฉายาให้นายตำรวจนั้น ทางสมาคมได้ประชุมกับผู้สื่อข่าวที่เป็นคณะกรรมการบริหารสมาคม ซึ่งเป็นตัวแทนจากสื่อสังกัดต่างๆ นำรายชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ องค์กร มารวมกัน และคัดทีละชื่อ จนเหลือเพียง 11 คน ซึ่งตำรวจแต่ละนายจะมีข่าวที่โดดเด่นในรอบปี และเป็นที่น่าจับตามองของสื่อมวลชน และสังคม
"เมื่อเราโหวตได้รายชื่อมาแล้ว ก็ตั้งฉายา โดยเอามาเปรียบเทียบกับบุคลิกลักษณะและผลงาน ซึ่งการที่ผู้สื่อข่าวให้ฉายาตำรวจแต่ละนายนั้น ก็เพื่อเป็นกระจกเงาที่สะท้อนกลับไปให้เจ้าตัวได้เห็นว่า ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม สื่อมวลชนเฝ้าจับตามองคุณอยู่ คุณจะทำอะไรที่ดีหรือไม่ดี เราสื่อมวลชนจะนำเสนอให้สังคมได้รับทราบแน่นอน ฉายาที่สื่อมวลชนให้ บางท่านก็ชอบ บางท่านก็ไม่ชอบ แต่ขอให้ทราบไว้ว่าฉายาเหล่านั้นคือกระจกเงาที่สะท้อนกลับมา"
1. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ฉายา "ตร. รีโนเวต" (renovate) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำลังจะก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการแยกงานสอบสวนออกจากการบริหาร การแต่งตั้ง กตช. และ ก.ตร. ต้องมาจากข้าราชการตำรวจ ส่วนประธาน กตช. คือ ผบ.ตร. เดิมทีเป็นนายกรัฐมนตรี และ ผบ.ตร. มีอำนาจในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ตั้งแต่ระดับรองผู้บังคับการลงมา
2. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้รับฉายา "ผบ.เสียทรง" สมัยตอนที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ได้ฝากผลงานไว้อย่างโดดเด่นในการทำคดีสำคัญๆ จนจบลงได้อย่างสวยงาม และเป็นไปตามที่ประชาชนคาดหวังไว้ แต่ภายหลังมารับตำแหน่งแม่ทัพสีกากีเต็มตัว กลับไม่มีผลงานใดที่เข้าตาประชาชน
3. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ฉายา "ปู ฟาสต์แทร็ค" (Fast Track) เมื่อวันที่ 1 ต.ค.57 พล.ต.อ.ศรีวราห์ เคยดำรงตำแหน่ง ผบช.น. ต่อมาวันที่ 1 ต.ค.58 ได้รับตำแหน่งผู้ช่วย ผบ.ตร.หลังจากนั้นอีก 2 เดือนได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียงปีกว่าๆ ในการเลื่อนขั้นอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ เนื่องมาจากศาลปกครองมีคำพิพากษาเพิกถอนมติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ คืนสิทธิการนับระยะการปฏิบัติงานทางภาคใต้เป็นทวีคูณ จนได้กลับมาดำรงตำแหน่งตามเดิม
4. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ปลัดประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฉายา "เอก พลัดถิ่น" พล.ต.อ.เอก ถือว่าเป็นตำรวจน้ำดีอีกคนหนึ่งที่ถูกเสนอชื่อให้เป็น ผบ.ตร. ถึง 2 ครั้ง สุดท้ายพลาดหมด จากนั้นถูกมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งปลัดประจำสำนักนายกฯ ก่อนที่จะเกษียณอายุราชการ
5. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. ฉายา "มือปราบไซเตส" ภายหลังได้รับมอบหมายในการปราบปรามจับกุมผู้ลักลอบขนงาช้าง จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาลักลอบค้างาช้างไทยและงาช้างแอฟริการายใหญ่ มูลค่ากว่า 40 ล้านบาทได้ ทำให้ขบวนการลักลอบขนงาช้างไม่กล้าที่จะใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน อีกทั้งยังผลักดัน พ.ร.บ.งาช้าง 2558 มาควบคุมการค้า การครอบครองงาช้างภายในประเทศได้เป็นผลสำเร็จ
6. พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษก สตช. ฉายา "โทรโข่งไร้เสียง" หลังจากได้รับหน้าที่หลักให้เป็นหอกระจายเสียงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเป็นตัวแทนในการเผยแพร่การทำงานรวมถึงภารกิจต่างๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ทุกครั้งที่มีการแถลงข่าวหรือประชาสัมพันธ์งานของ ตร. จะมีก็แต่เสียงของรองโฆษก ส่วนโฆษก ตร. กลับไร้เสียง
7. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ฉายา "มือปราบยูฟัน" ในฐานะ หน.ชุดสอบสวนคดีแชร์ลูกโซ่ บริษัท ยูฟัน สโตร์ จำกัด สามารถสืบสวนจับกุมผู้ที่ร่วมขบวนการได้เกือบหมด และยึดทรัพย์ผู้ที่ร่วมขบวนการได้หลายร้อยล้านบาท จนทำให้กลุ่มขายตรงที่จะกลายพันธุ์เป็นแชร์ลูกโซ่ ต่างหวาดกลัวไม่กล้าที่จะกระทำผิด
8. พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. ฉายา "น.1 ร่างทรง" หลังจากที่เข้ามารับตำแหน่งรักษาการ ผบช.น. ได้ระยะหนึ่ง ก็ทำงานอย่างขยันขันแข็งจนเป็นที่ยอมรับของประชาชนแต่กลับไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวจริงเสียที ส่วนจะได้ดำรงตำแหน่ง น.1 แบบเต็มตัวหรือไม่นั้น โปรดติดตามตอนต่อไป
9. พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีต รอง ผบช.ภ.8 ฉายา "โรฮีนจา ลี้ภัย" เนื่องจากเป็นหัวหน้าทีมในการสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีโรฮีนจา ต่อมาตนเองอ้างว่าถูกข่มขู่จากผู้มีอิทธิพลจนต้องขอลี้ภัยไปยังประเทศออสเตรเลีย
10. พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบก.สปพ. ฉายา "หลวงตามสั่ง" หลังจากได้รับมอบหมายงานจากผู้บังคับบัญชาครั้งใดก็สามารถคลี่คลายงานได้สำเร็จเป็นอย่างดี และมักจะมีโครงการต่างๆ ออกมาเพื่อดูแลทุกข์สุขของประชาชน
11. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.ทท. ฉายา "โจ๊ก โชคชัย 4" เนื่องจากเป็นนายตำรวจคนสนิทของผู้มีบารมีท่านหนึ่ง ที่มีบ้านพักอยู่ในย่านโชคชัย 4 และมักจะเรียกไปรับใช้อยู่บ่อยๆ ในวลีที่ว่า "คร้าบๆ...คร้าบ..."
12. พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รอง ผบก.น.6 ฉายา "กุนซือ หลังฉาก" เป็นมือสอบสวนยอดเยี่ยมระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเป็นพนักงานสอบสวนที่อยู่เบื้องหลังในการทำงานคลี่คลายคดีสำคัญๆ มาหลายคดี จนสามารถปิดคดีได้ในที่สุด อาทิ คดีแชร์ลูกโซ่ ยูฟัน คดีระเบิดแยกราชประสงค์ และอีกหลายคดีจนนับไม่ถ้วน เปรียบเสมือนการปิดทองหลังพระ.
ที่มา www.thairath.co.th
0 ความคิดเห็น :
แสดงความคิดเห็น